| ประวัติโรงเรียน |
| Written by ครูกอบกุล แก้วสุขใส | ||||||||||
เมื่อกล่าวถึงคำว่า “ศรีใน” ชาวปากน้ำทุกคนต้องทราบดีว่าหมายถึงอะไร เพราะศรีใน ยืนเคียงคู่กับเมืองปากน้ำสมุทรปราการมาเป็นเวลาถึงห้าสิบปี ทุกคนที่เป็นชาวปากน้ำโดยกำเนิดแล้วย่อมไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก “ศรีใน”
เรามีศาลาเอนกประสงค์ตั้งอยู่หน้าอาคารไม้ติดกับห้องครูใหญ่ เป็นสถานที่ซึ่งมีไว้สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆให้กับนักเรียนหลายๆกิจกรรม ต่อมาในปี พ.ศ 2531 อาคารเรียนหลังเก่าแต่ดั้งเดิมถูกรื้อถอนออกไป อาคารเรียน 2 ชั้นทางด้านทิศเหนือถูกตัดออกไป 1 ห้องเรียนแล้วเกิดอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้นมาแทนที่เป็นตึกสูงสง่า 5 ชั้น (ปัจจุบันเรียกว่าอาคาร 1) มีศาลา ประสบสุข อยู่หน้าอาคารหลังใหม่ใช้เป็นสถานที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ในวิชาคหกรรมศาสตร์ ทางด้านทิศตะวันตกของศาลาประสบสุขมีลานเอนกประสงค์ มีต้นไม้ปลูกไว้อย่างร่มรื่น ได้นั่งพักผ่อนในตอนกลางวัน ต่อมาในปีพ.ศ 2537 โรงช้าง ถูกรื้อถอนออกไปอีก 1 หลังพร้อมด้วยบ้านพักครูใหญ่ และอาคารไม้ 2 ชั้นทางด้านทิศใต้ก็ถูกตัดออกไปอีก 1 ห้องเรียน มีอาคารหลังใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่เป็นตึก 6 ชั้น เมื่อปี พ.ศ. 2538 ซึ่งปัจจุบันเราเรียกว่าอาคาร 3 และมีอาคาร 2 อยู่ด้านหลังต่อจากอาคาร 3 มีชั้นละ 2 ห้องเรียน ซึ่งมีโครงการจะสร้างต่อ แต่มีวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 การก่อสร้างจึงต้องหยุดชะงักลง ได้เมื่ออาคาร 3 สร้างเสร็จอย่างสมบูรณ์ อาคารไม้ 2 ชั้นตรงส่วนที่เหลือก็ถูกรื้อถอนออกไปจนหมดสิ้น ในปีพ.ศ 2540 และได้ปรับปรุงสถานที่เป็นสนาม อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ในอาคาร 1 นั้น ปัจจุบันนี้ประกอบไปด้วย ชั้นที่ 1 เป็นห้องประชุม ชั้น 2 เป็นห้องเรียนของนักเรียนอนุบาล 3, ห้องพยาบาลและห้องดนตรี ชั้น 3 เป็นห้องเรียนของชั้น ป.2 ชั้น 4 เป็นห้องเรียนของ ป.3 และชั้น 5 เป็นโรงฝึกพลศึกษาและใช้จัดกิจกรรมต่างๆ ส่วนในอาคาร 3 นั้น ชั้น 1 จะเป็นห้องครัวและห้องเรียนของชั้นอนุบาล 1 และ 2 ชั้น 2 เป็นห้องเรียนของชั้นอนุบาล 2 อนุบาล 3 ห้องธุรการ และห้องเอกสาร ชั้นที่3 เป็นห้องเรียนของชั้น ป.1 และ ป.4 ชั้น 4 เป็นห้องเรียนของชั้น ป.4, ป.5, ม.1 และ ม.2 ชั้น 5 เป็นห้องเรียนของช้น ป.6, ม.3, ห้องสมุด และห้องพักครู ในอาคารเรียนแต่ละชั้นจะมีห้องส้วม ชาย- หญิง สำหรับนักเรียนอยู่ในตัวอาคารเรียน มีน้ำดื่มที่สะอาดบริการให้กับนักเรียน ส่วนชั้นที่ 6 เป็นห้องคอมพิวเตอร์ และศูนย์เทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับนักเรียนได้เข้าไปเรียนรู้ และในเวลาพักกลางวันนักเรียนก็สามารถเข้าไปหาความเพลิดเพลิน หรือหาความรู้ได้ในห้องคอมพิวเตอร์ของเราได้ทุกวัน และในห้องเรียนแต่ละห้องก็มีเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ให้ห้องเรียนละ 1 เครื่องอีกด้วย สำหรับให้นักเรียนได้ใช้ในเวลาว่าง ส่วนในห้องเรียนของอนุบาลจะมีไว้ให้ห้องละ 2-3 เครื่อง พร้อมทั้งมีโทรทัศน์ให้อีกห้องละ 1 เครื่องด้วยนอกจากอาคารเรียนที่ทันสมัยและตัวบุคคลากรภายในโรงเรียนรวมถึงตัวครูทุกท่านในโรงเรียนแต่ละคนมีการพัฒนา ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ครูของเราทุกคนมีความสามารถและความชำนาญในการสอนกันทั้งสิ้น จะเห็นได้ว่าครูบางท่านทำการสอนมาเป็นเวลาเกือบเท่าอายุของโรงเรียนก็มี ปัจจุบันท่านก็ยังสอนยู่ เช่น คุณครูสนวน มุ่งสวัสดิ์, คุณครูกมล โพธิ์ศรี, คุณครูจำรัส บวรศิวมนต์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีคุณครูอีกหลายๆท่านที่ทำการสอนมาเป็นเวลา 20 กว่าปี ถึง 30 กว่าปี เฉลี่ยอายุของครูโรงเรียนศรีในแล้วประมาณ 35 ปี มีคำถามถามว่าทำไมครูที่นี่ถึงอยู่กันได้นาน ครูทุกคนมีคำตอบเหมือนๆกันว่าเราอยู่ได้นานเพราะเรามีผู้บริหารที่ดี มีน้ำใจ มีความโอบอ้อมอารีต่อคณะครูทุกท่านเสมอมา เราอยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง ไม่ใช่อยู่กันแบบหัวหน้ากับลูกน้อง เรามีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น มีการเสนอแนะซึ่งกันและกัน และศรีในมีสวัสดิการที่ดีให้กับบุคคลากรในโรงเรียนเสมอมา
ที่ปรึกษาโรงเรียน 2 คน คือ 1. นางสนวน มุ่งสวัสดิ์ 2.นายณรงค์ นุ้ยศรีดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ 5 คน ดังรายชื่อต่อไปนี้ 1. นางสาวลาวัลย์ ใจตรง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป 2. นางสายสมร แก้วมณี ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 3. นางอัจฉราวรรณ สังข์วงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ 4. นางวรรณา สมบุญวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกิจกรรมนักเรียน 5 นางสาวพูลพันธ์ ด้วงสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาและคอมพิวเตอร์ ในด้านของ นักเรียน จำนวนนักเรียนเรามีเพิ่มขึ้นทุกปีจากเมื่อ 30 ปีก่อน มีนักเรียนประมาณ 400 คน แล้วเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันเรามีนักเรียน 1,600 กว่าคน มีคุณครู 80 กว่าท่าน มีคุณครูต่างชาติประจำศูนย์เทคโนโลยี 1 ท่าน และยังมีชาวอังกฤษ และอเมริกัน หมุนเวียนกันเข้ามาสอนทุกปีๆละ 4-5 ท่าน ในปีการศึกษานี้มีชาวอเมริกันมาสอนอยู่ 3 ท่าน ซึ่งได้บรรจุเป็นครูสอนตั้งแต่ปีที่แล้ว และขออยู่สอนต่อในปีนี้อีก ท่านผู้ปกครองหลายๆท่านเคยเป็นศิษย์เก่าของศรีในเมื่อหลายปีมาแล้ว เมื่อท่านมีบุตรก็ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนที่นี่อีกเพราะเหตุใดท่านคงประจักษ์เป็นอย่างดี เพราะตัวของครูเองก็เคยสอนทั้งพ่อและแม่ของนักเรียนหลายๆคนในปัจจุบันมาแล้ว บางคนสอนแม่แล้วก็สอนลูก และลูกก็จบไปหลายปีแล้ว ต่อไปก็คงจะได้สอนหลานของลูกศิษย์อีกแน่นอน มิถุนายน 2548 |