โรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ Thaistudents.com

ทีฆายุกาโหตุ มหาราชินี

Long Live the Queen

พระราชประวัติ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 พระนามเดิม หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล (ภายหลังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น พลเอกพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ) กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ณ บ้านของพลเอกเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (ม.ร.ว.สท้าน สนิทวงศ์) และท้าววนิดาพิจาริณี บิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว กิติยากร ตั้งอยู่ที่ 1808 ถนนพระรามที่ 6 อำเภอปทุมวัน จ.พระนคร ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "สิริกิติ์" มีความหมายว่า "ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร"

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระภาดา (พี่ชาย) 2 องค์ และและพระขนิษฐภคินี (น้องสาว) 1 องค์ ดังนี้ หม่อมราชวงศ์ กัลยาณกิติ์ กิติยากร (ชาตะ พ.ศ. 2472) หม่อมราชวงศ์ อดุลยกิติ์ กิติยากร (ชาตะ พ.ศ. 2473) และ หม่อมราชวงศ์หญิง บุษบา กิติยากร (ชาตะ พ.ศ. 2477)

ในระหว่างยังทรงพระเยาว์ สถานการณ์บ้านเมืองไม่สู้สงบนัก เนื่องจากเพิ่งพ้นจากช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่นาน เมื่อ พ.ศ. 2476 ขณะที่หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์มีอายุเพียง 1 ขวบ ก็ต้องอยู่ไกลจากพระบิดามารดา โดยได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปประทับอยู่ที่จังหวัดสงขลา

เมื่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการและกลับมาจากวอชิงตัน ดี.ซี. ในปี พ.ศ. 2477 หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ซึ่งขณะนั้นอายุได้ 2 ปี 6 เดือน จึงได้กลับมาอยู่รวมพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว

การศึกษา
พ.ศ. 2479 เมื่อหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์มีอายุได้ 4 ขวบ ก็ได้เข้ารับการศึกษาครั้งแรกในชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ทว่าในขณะนั้น แม้เหตุการณ์ด้านการเมืองภายในประเทศไทยจะสงบลง แต่สถานการณ์ระหว่างประเทศก็ไม่สงบ กล่าวคือ สงครามมหาเอเชียบูรพาเริ่มแผ่ขยายมาถึงประเทศไทย กรุงเทพมหานครถูกโจมตีทางอากาศหลายครั้งจนการคมนาคมไม่สะดวก พระบิดาจึงให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ เพราะอยู่ใกล้วังพระบิดา ได้เรียนที่นั่นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จนจบชั้นมัธยมศึกษา หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ได้เรียนเปียโน ซึ่งเรียนได้ดีและเร็วเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสด้วย

พ.ศ. 2489 ครั้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง หม่อมเจ้านักขัตรมงคลต้องเสด็จไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำสำนักเซนต์เยมส์ ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้โดยได้ทรงพาครอบครัวทั้งหมดไปอยู่ด้วย ในเวลานั้นหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ มีอายุได้ 13 ปีเศษ และเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว

ขณะที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ได้ศึกษาต่อทั้งวิชาภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส และวิชาเปียโนกับครูพิเศษ หลังจากนั้นไม่นาน พระบิดาย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำประเทศเดนมาร์กและประเทศฝรั่งเศส ตามลำดับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ก็ยังคงเรียนเปียโน และตั้งใจจะศึกษาต่อในวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส

ระหว่างที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช (ขณะนั้นทรงศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์) ซึ่งพระองค์เสด็จประพาสกรุงปารีส โดยทางรถยนต์จากสวิตเซอร์แลนด์ เพราะประสงค์จะเลือกซื้อรถยนต์พระที่นั่งแทนคันเดิม และยังได้รับชมการแสดงดนตรีของคณะที่มีชื่อเสียงด้วย ในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินมายังกรุงปารีส ก็ได้ประทับที่สถานทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศสเช่นเดียวกันกับนักเรียนไทยคนอื่นในสมัยนั้น ทั้งนี้เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดการดนตรีเป็นพิเศษ ขณะที่หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ก็สนใจศิลปะเช่นกัน ทำให้เกิดความความสัมพันธ์ขึ้น

ทรงหมั้น
วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2491 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งโดยมีหม่อมหลวงบัวและหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ เข้าเฝ้าฯ ถวายการพยาบาลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และในช่วงระยะเวลาที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่เฝ้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ (พระนามในเวลานั้น) ได้ทรงรับเป็นธุระจัดการให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เข้าศึกษาในโรงเรียน Pensionnat Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งของโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากอาการประชวรแล้ว ก็ได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นการภายในเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492

หลังจากทรงหมั้นแล้ว หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ยังคงศึกษาต่อ กระทั่ง พ.ศ. 2493 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนครเพื่อร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระองค์ท่านโปรดฯ ให้หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ตามเสด็จพระราชดำเนินกลับมาด้วย

อภิเษกสมรส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงสายสะพายนพรัตน์ราชวราภรณ์เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้น ณ วังสระปทุม และโปรดเกล้าฯ สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

หลังจากครองราชย์สมบัติอย่างกะทันหัน พระบาทสมเด็จพระหัวอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 และโปรดฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี หลังจากนั้นทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ กลับไปยังสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงรักษาพระองค์และทรงศึกษาต่อ แล้วเสด็จฯ กลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2495

พระราชโอรสธิดา
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชโอรส และพระราชธิดา 4 พระองค์ ดังนี้

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติ ณ สถานพยาบาลมองซัวซี นครโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494 ต่อมาได้ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์ (ปัจจุบัน ทรงพระนามว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริโสภาพรรณวดี) เพื่อสมรสกับนายปีเตอร์ เลด เจนเซ่น ชาวอเมริกัน ทรงมีพระโอรส 1 องค์ และพระธิดา 2 องค์
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักราดิศรสันตติวงศ์ เทเวศรธำรงสุรบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดชภูมิพลนเรศวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์ สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2495 ต่อมา ทรงได้รับการสถาปนา ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมุฏราชกุมาร เมื่อ พ.ศ. 2515
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ต่อมาทรงได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอิสริยยศ เป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เมื่อ พ.ศ. 2520
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม พ.ศ. 2500 ทรงอภิเษกสมรสกับ เรืออากาศโท (ยศในขณะนั้น) วีระยุทธ ดิษยะศริน ทรงมีพระธิดา 2 พระองค์

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ตราประจำพระองค์เมื่อ พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออกผนวชเป็นเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน และระหว่างที่ผนวช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธยเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ปีเดียวกัน

พระราชกรณียกิจสังเขป

สมเด็จพระนางเจ้าฯ ครั้งเสด็จไปสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2505สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ และความเป็นอยู่ของบุคคลผู้ยากไร้ และประชาชนในชนบทห่างไกล ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทั่วทุกหนแห่งในแผ่นดินไทยนี้

โครงการที่มีสาขาขยายกว้างขวางไปทั่วประเทศโครงการหนึ่งก็คือ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งในภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อตั้ง เป็นรูปมูลนิธิ พระราชทานนามว่า "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์" เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 และเมื่อ พ.ศ. 2528 ได้เปลี่ยนชื่อ เป็น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันเป็นการส่งเสริมอาชีพและขณะเดียวกันยังอนุรักษ์และส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้านที่มีความงดงามหลายสาขา เช่น การปั้น การทอ การจักสาน เป็นต้น

นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยังทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการด้านสาธารณสุข โดยได้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย และหากเสด็จฯเยือนต่างประเทศ ก็มักจะทรงถือโอกาสเสด็จฯทอดพระเนตรกิจการกาชาดของประเทศนั้น ๆ เพื่อทรงนำมาปรับปรุงกิจการสภากาชาดไทยอยู่เสมอ

ในกิจทางด้านการทหารนั้น ทรงดำรงตำแหน่งพันเอกผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทรงให้ความสนพระทัยต่อการดำเนินงานของกรม ทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ตลอดมา โดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 จะเข้ามาถวายรายงานถึงผลการปฏิบัติงานพร้อมกับรับพระราชเสาวนีย์ตลอดจนคำแนะนำไปดำเนินการปฏิบัติอยู่เป็นประจำ

นอกจากปวงชนชาวไทยแล้ว บรรดาเพื่อนบ้านที่ต้องลี้ภัยอพยพมายังแผ่นดินไทย ก็ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สภากาชาดไทยไปให้ความร่วมมือกับกาชาดสากลในการช่วยเหลือผู้อพยพ และพระราชทานครูเข้าไปสอนวิชาชีพให้แก่ผู้อพยพ กิจการดังกล่าวได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจนองค์กรระหว่างประเทศต่างพากันยกย่องและทูลเกล้าถวายรางวัลและปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เป็นจำนวนมาก ดังเช่น

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญซีเรส เทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงยกฐานะของสตรีให้มีระดับสูงขึ้นและทรงเป็นผู้ "ให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง" (11 พฤษภาคม พ.ศ. 2522)
มหาวิทยาลัยทัฟส์ จากมลรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยธรรมในฐานะที่ทรงยกระดับฐานะการครองชีพของประชาชน และช่วยบรรเทาทุกข์ของเด็ก (พ.ศ. 2523)
สหพันธ์พิทักษ์เด็ก แห่งนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯถวายรางวัลบุคคลดีเด่นด้านพิทักษ์เด็ก (9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524)
สถาบันเอเชียโซไซตี้ แห่งกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯถวายรางวัลด้านมนุษยธรรม (14 มีนาคม พ.ศ. 2528)
มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าของโลก สดุดีเทิดพระเกียรติ ในฐานะบุคคลดีเด่นด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า (19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529)
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ทูลเกล้าฯถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์ ซึ่งสถาบันแห่งนี้เคยมอบให้ แต่เฉพาะ ผู้ที่เป็นแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นเป็นที่รู้จักระดับโลกเท่านั้น (1 พฤษภาคม พ.ศ. 2531)
ศูนย์ศึกษาการอพยพ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มลรัฐนิวยอร์ก กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงรับรางวัลความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยประจำปี ณ วอชิงตัน ดี.ซี. (29 มีนาคม พ.ศ. 2533)
กลุ่มผู้สนับสนุนพิพิธภัณฑ์เด็กในสหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534)
องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองโบโรพุทโธ ในฐานะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอนุรักษ์และพัฒนางานศิลปหัตถกรรม ณ ศาลาธรรม จังหวัดเชียงใหม่ (30 มกราคม พ.ศ. 2535)
กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเกียรติคุณพิเศษในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษ 5 รอบ ในฐานะทรงอุทิศพระองค์ประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นผลให้แม่และเด็กนับล้านได้รับบริการขั้นพื้นฐาน (2 สิงหาคม พ.ศ. 2535)
กองทุนพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลแห่งความเป็นเลิศในฐานะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพัฒนาสตรีไทย (2 สิงหาคม พ.ศ. 2535)
ในช่วง พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา เมื่อเกิดความไม่สงบในบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียสมาชิกในครอบครัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถยังเอาพระราชหฤทัยใส่ พระราชทานความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังปรากฏอยู่เสมอ ๆ ว่าได้ทรงรับคนไข้ผู้ยากไร้ หรือผู้ทำคุณความดี ไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ เป็นที่ปลาบปลื้มแก่พสกนิกรชาวไทยและแม้ชาวต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง

พระราชนิพนธ์
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระราชนิพนธ์บันทึก เรื่อง "ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ" เมื่อ พ.ศ. 2505 เป็นพระราชนิพนธ์ที่คนไทยควรจะได้อ่าน และตระหนักถึงพระปรีชาสามารถในด้านอักษรของพระองค์ท่านอีกอย่างหนึ่งด้วย

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ปวงชนชาวไทยทั้งภาครัฐบาลและเอกชนจึงได้ร่วมกันกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา เพื่อเป็นที่รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระองค์ท่าน และเป็นการสำนึกถึงคุณของแม่ไปพร้อมด้วย ด้วยนับถือกันทั่วไปว่า พระองค์เปรียบประดุจแม่ของปวงชนชาวไทยทั้งปวง เคียงข้างพ่อของชาวไทย นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสมอมา

สถานที่หลายแห่งได้ตั้งชื่อตามพระนามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ

ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ศูนย์การประชุมในกรุงเทพฯ
เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนบนแม่น้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่
สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทางตะวันตกของสวนจตุจักร กรุงเทพฯ
หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กรุงเทพฯ
พรรณไม้ เช่น กุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ คัทลียาควีนสิริกิติ์
พันธุ์สัตว์ เช่น ปูราชินี

ข่าวเว็บ "บอกรักแม่" ศวป. ในบางกอกโพส

ร่วมลงชื่อและบอกรักแม่ทางอินเตอร์เน็ต
Send greetings to your mother
และ

รูปภาพงานพิธีและงานวันแม่ปี 2548

วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบามราชินีนาถ และวันแม่แห่งชาติ ตรงกับ วันที่ 12 สิงหาคม

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน

คำขวัญพระราชทานเนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2549
" รักในหลวงพร้อมใจใส่เสื้อเหลือง
รักบ้านเมืองจงน้อมใจให้สร้างสรรค์
ใส่สีเดียวแล้วใจเดียวกลมเกลียวกัน
รักเช่นนั้นชาติของตนจึงพ้นภัย"

Her Majesty calls for unity in Mother's Day slogan


In her slogan on the occasion of the National Mother's Day this year,

HM the Queen Sirikit has encouraged Thais to wear yellow

to show their love for HM the King Bhumibol and to stay united to get the country out of crisis.

Her Majesty's birthday on August 12 is officially recognised as the National Mother's Day.

(The Nation, 5 August, 2006)

*****************************************************
คำขวัญพระราชทานวันแม่แห่งชาติ ปี 2548

นายวิศิษฐ์ เดชเสน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยโสธร แจ้งว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2548 อัญเชิญลงหนังสือวันแม่แห่งชาติ ปี 2548 ของสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เพื่อทรงชี้ให้ประชาชนคนไทย ได้รู้ถึงพระคุณของแม่โพสพ ที่ให้กำเนิดเมล็ดข้าว ให้คนไทยทั้งแผ่นดิน ได้มีอาหารกิน เติบโตเคียงแผ่นดินมาถึงทุกวันนี้ และต้องการให้คนไทย ได้ระลึกถึง พระคุณยังยิ่งใหญ่ของพระแม่โพสพ ด้วยความกตัญญูกตเวทิตา ทดแทนพระคุณแผ่นดินไทยของเราทุกคนดังคำขวัญพระราชทาน วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2548 ดังนี้.-

ดุจดังแม่ผู้ประเสริฐบังเกิดเกล้า
เลี้ยงเราทุกคนมาจนใหญ่
ทุกคำข้าวคือสินแผ่นดินไทย
ควรตรองใจทดแทนคุณแผ่นดิน

ความดังกล่าว “ ทรงชี้ให้ประชาชน ได้รู้ถึงพระคุณของพระแม่โพสพ ที่ให้กำเนิดเมล็ดข้าว ให้คนไทยทั้งแผ่นดิน ได้มีอาหารกิน เติบโตเคียงแผ่นดินมาถึงทุกวันนี้ และต้องการให้คนไทยทุกคน ได้ระลึกสำนึกถึง พระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระแม่โพสพ ด้วยความกตัญญูกตเวทิตา ทดแทนพระคุณแผ่นดินไทยของทุกคน ”
คำขวัญพระราชทานดังกล่าว ส่งถึงความหมายพระคุณแม่ ที่คอยป้อนข้าวป้อนน้ำให้ลูก เติบโตมาถึงทุกวันนี้จึงเห็นสมควรที่ลูกทุกคน ควรจะน้อมสำนึกในพระคุณของแม่ที่ยิ่งใหญ่เหลือคณานับ

************************************

คำกล่าวถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระชนมพรรษาปี 2548
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า นางศรีสกุล กฤษณจินดา ครูใหญ่โรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ ในนามของคณะครู นักเรียน นักการภารโรงทั้งหลาย ขอประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวาย พระพรชัยมงคลในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา

แห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

นามสิริกิติ์สถิตในดวงใจราษฎร์ ปิยชาติราชินีศรีสยาม
น้ำพระทัยใสสดแสนงดงาม ทั่วเขตคามน้อมเคารพนบบูชา
ทรงส่งเสริมศิลปะไทยให้โดดเด่น ก่อตั้งเป็นศูนย์ฝึกไว้ศึกษา
ศิลปาชีพชูเชิดเลิศวิทยา ล้ำเลอค่างานฝีมือเลื่องลือไกล
งานจักสานป่านปอถักทอถ้วน อีกหลากล้วนเครื่องถมเขินเดินเส้นไหม
หัตถกรรมงดงามแท้ไม่แพ้ใคร ส่งเสริมให้ประจักษ์ตาค่าแผ่นดิน
ทรงอุปถัมภ์ค้ำชูผู้ตกยาก ผู้ลำบากตกอับไร้ทรัพย์สิน
จัดสรรแหล่งเลี้ยงชีพได้ทำกิน ทุกท้องถิ่นป่าเขาลำเนาไพร
เหล่าเด็กเล็กผู้ใหญ่ป่วยไข้หนัก ทรงพิทักษ์ดูแลแพทย์แก้ไข
ความทุกข์ยากสูญสิ้นจากกายใจ ปวงราษฎร์ไซร้ซาบซึ้งซึ่งพระคุณ
ทรงเป็นแม่ในดวงใจไทยทั้งชาติ โลกประกาศเทิดพระนามตามเกื้อหนุน
ลูกหลานไทยภาคภูมิใจพึ่งใบบุญ อยู่อบอุ่นไอรักแท้แม่แผ่นดิน

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อม
ในการที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พระราชทานการทะนุบำรุงเหล่าอาณาประชาราษฏร์ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อแก้ไขสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นโดยสมควรแก่อัตภาพ ทั้งนี้ เพราะพระปรีชาสามารถและพระราชวิจารณญาณอันสุขุม พระราชกรณียกิจทั้งหลายจึงถึงพร้อมด้วยการพัฒนาในทุกๆด้าน
ดังนั้น ในวาระอันเป็นมงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม
ถวายพระพร ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรดอภิบาล
ดลบันดาลให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงพระเกษมสำราญ ถึงพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย โรคาพยาธิภัยพิบัติจงปลาต ขอจงทรงพระเจริญ พระชนมายุยืนนานเป็นมิ่งขวัญแก่เหล่าข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายชั่วกาลนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าคณะครู นักเรียนและนักการภารโรง โรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ

******************************************************

พระราชประวัติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

• สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระนามเดิมว่า หม่อมราชวงค์หญิงสิริกิติ์กิติยากร ทรงเป็นพระธิดาในพระวรวงค์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ ( หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) และ หม่อมหลวงบัว กิติยากร
• สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชสมภพ ณ วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ที่บ้านพักของ ท่านเจ้าพระยา วงศานุประพันธ์ ถนนพระราม 4 กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามว่า หม่อมราชวงค์หญิงสิริกิติ์
• ในปีที่พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชสมภพ นั้นเอง พระบิดา ได้ทรงลาออกจากนายทหารประจำการ และได้ย้ายไปรับราชการ ในกระทรวงต่างประเทศ ในตำแหน่งเลขานุการเอก ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ในกรุงวอชิงตัน ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ ยังคงอยู่กับญาติผู้ใหญ่ ในกรุงเทพฯ และต่อมาได้ทรงศึกษาในชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินีล่าง ปากคลองตลาด เมื่อเจริญวัยได้ย้ายไปศึกษา ณ โรงเรียน เซนต์ฟรังซิลซาเวียร์คอนแวนต์ ที่สามเสน
• ในปี พ.ศ. 2489 พระบิดาได้ย้ายไปรับตำแหน่ง เป็นเอกอัครราชทูต ประจำราชสำนักเซนต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ติดตามเสด็จพระบิดาไปศึกษาวิชาเพิ่มเติม และเมื่อมีพระชนมายุ 16 พรรษา ได้ตามเสด็จ พระราชบิดา ซึ่งไปดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส และโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ทรงศึกษาด้านภาษา จนสามารถรับสั่งภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี
• สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เข้าเฝ้า รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งแรก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2490 ต่อมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดลยเดช ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2491 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงมีโอกาสเยี่ยม พระอาการเป็นประจำ จนกระทั่งหายประชวร และตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองพระองค์ ก็ทรงมีความสัมพันธ์กันอย่างใก้ลชิด กระทั่งในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประกอบพระราชพิธีหมั้น กับพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
• ต่อมาภายหลัง ได้จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้น ในวังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493 พร้อมทั้ง ได้มีพระบรมราชโองการ ให้สถาปนาหม่อมราชวงค์หญิงสิริกิติ์ เป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ครั้นถึงวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง มีพระราชศรัทธาพระราชปสาทะ ในพระพุทธศาสนา และได้ทรงขอบรรพชา ต่อสมเด็จพระสังฆราช เจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงค์
• ในระหว่างระยะเวลาที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกผนวช ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี จึงได้รับการสถาปนา เฉลิมพระเกียรติยศขึ้น เป็นสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ นับเป็นสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถองค์ที่ 2 แห่งพระบรมราชจักรีวงค์ (องค์แรกคือ สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 5)
• สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะพระบรมราชินี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งสองพระองค์ ทรงอาทรห่วงใยราษฎรเป็นอย่างยิ่ง ทรงมีนํ้าราชหฤทัย ที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตากรุณา เสด็จพระราชดำเนิน เยี่ยมราษฎรเสมอมิได้ขาด แม้จะอยู่ในท้องถิ่นอันทุรกันดาร ทั้งนี้เพื่อทรงทราบทุกข์สุข จากปากคำของราษฎรด้วยพระองค์เสมอมา
• ทั้งสองพระองค์ทรงคิดแสวงหาวิธีการ และแนวทางต่างๆ ที่จะทำให้ราษฎร มีชีวิตที่เป็นอยู่ดีขึ้น ทรงให้คำแนะนำราษฎร ด้วยพระองค์เอง เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ พลานามัย การรักษาสุขภาพ ทรงสนใจในด้านการศึกษา งานอาชีพ ตลอดจนสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่
• สำหรับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถนั้น นอกจากจะตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายการช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังได้มีพระราชดำริ ให้จัดสร้างโครงการต่างๆ เพื่ออาณาประชาราษฎร์ จะได้อยู่ดีมีสุข เช่น โครงการป่ารักนํ้า โครงการศูนย์พัฒนา และส่งเสริมอาชีพ เช่น ให้มีการจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบางไทร อยุธยา และโครงการอื่นๆอีกมากมาย ฯลฯ
• ด้วยพระราชกรณียกิจ อันเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา ต่ออาณาประชาราษฎร์ และพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงปฏิบัติต่อเนื่องกันมา ทรงมีพระราชวิริยะอุตสาหะอันแรงกล้า ที่จะทำให้ราษฎรของพระองค์ ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันเป็นพระเมตตาบารมีอันหาที่สุดมิได้ ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า จึงรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของทั้งสองพระองค์ จึงได้จัดให้มีการเฉลิมฉลอง และถวายพระพรชัย เพื่อให้ทรงอยู่ เป็นร่มฉัตร อันนำพาความร่มเย็น มาสู่ปวงประชนชาวไทย ไปตราบนานเท่านาน
• นอกจากจะถือเอาวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถแล้ว ยังถือเป็นวันแม่แห่งชาติอีกด้วย
12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ
• เราถือเอาวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นวันแม่แห่งชาติอีกวันหนึ่งด้วย ทั้งนี้เพราะนอกจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ในตำแหน่งพระบรมราชินี ได้อย่างไม่บกพร่องแล้ว เมื่อมีเวลาว่างจากพระราชกรณียกิจ พระองค์ ทรงดูแล อบรมพระโอรส และพระธิดาด้วยพระองค์เอง ตามแบบไทย นอกจากนี้ ยังทรงรักและห่วงใยราษฎรของพระองค์ จนได้รับขนานพระนามว่า " สมเด็จแม่ ของปวงชนชาวไทย "

***********************************************

ประวัติความเป็นมาของวันแม่
• ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2493 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติประกาศรับรอง ให้วันที่ 15 เมษายน ของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่า การจัดงานวันแม่ ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้รับมอบหมาย ให้จัดงานวันแม่ ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 ซึ่งมีการจัดงานเป็นครั้งแรก และได้รับความสำเร็จด้วยดี เนื่องจากประชาชนให้การสนับสนุน มีการจัดพิธีกรรม ทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่แห่งชาติ เพื่อให้เกียรติ และตระหนักในความสำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของงานวันแม่ให้ยิ่งๆขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติ ตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่า วันแม่แห่งชาติ
• ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 ทางราชการได้เปลี่ยน ให้ถือเอา วันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
• เมื่อคราวที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยือนสหรัฐ และยุโรป ได้มีหนังสือพิมพ์ขอพระราชทานสัมภาษณ์ เป็นใจความว่า สมเด็จฯทรงโปรดอะไรมากที่สุด พระองค์พระราชดำรัสตอบทันทีว่า "ฉันรักการเป็นแม่มากที่สุด"
• พระราชโอรส และพระราชธิดา ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
• สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชโอรส และพระราชธิดารวม 4 พระองค์คือ
1. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494
2. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ บรมจักรยาดิศร สันตติวงศเทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการ มหิตลาดุลยเดช ภูมิพลนเรศวรากูร กิตติสิริสมบูรณสว่างวัฒน์บรมขัตติยราชกุมาร ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495
3. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนา ดุลโสภาคย์ ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498
4. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

 

คำกล่าวถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า นางศรีสกุล กฤษณจินดา ครูใหญ่โรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ
ในนามของคณะครู นักเรียน นักการภารโรงทั้งหลาย ขอประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ
และถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๗๒ พรรษา แห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อม
ในการที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้พระราชทานการทนุบำรุงเหล่าอาณาประชาราษฎร์ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ พระปรีชาสามารถและพระราชวิจารณญาณอันสุขุม จึงทำให้พระราชกรณียกิจทั้งหลายถึงพร้อมด้วยการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ทรงเป็นแม่ของพสกนิกรบนแผ่นดินไทยทุกคน

นามสิริกิติ์สถิตในดวงใจราษฎร์ ปิยชาติราชินีศรีสยาม
น้ำพระทัยใจสดแสนงดงาม ทั่วเขตคามน้อมเคารพนบบูชา
ทรงส่งเสริมศิลปะไทยให้โดดเด่น ก่อตั้งเป็นศูนย์ฝึกไว้ศึกษา
ศิลปาชีพชูเชิดเลิศวิทยา ล้ำเลอค่างานฝีมือเลื่องลือไกล
งานจักสาน ป่านทอ ถักทอถ้วน อีกหลากล้วนเครื่องถม - เขิน เดินเส้นไหม
หัตถกรรมงองามแท้ไม่แพ้ใคร ส่งเสริมให้ประจักษ์ตาค่าแผ่นดิน
ทรงอุปถัมภ์ค้ำชูผู้ตกยาก ผู้ลำบากตกอับไร้ทรัพย์สิน
จัดสรรแหล่งเลี้ยงชีพให้ทำกิน ทุกท้องถิ่นป่าเขาลำเนาไพร
เหล่าเด็กเล็กผู้ใหญ่ป่วยไข้หนัก ทรงพิทักษ์ดูแลแพทย์แก้ไข
ความทุกข์ยากสูญสิ้นจากกายใจ ปวงราษฎร์ไซร้ซาบซึ้งซึ่งพระคุณ
ทรงเป็นแม่ในดวงใจไทยทั้งชาติ โลกประกาศเทิดพระนามความเกื้อหนุน
ลูกหลานไทยภาคภูมิใจพึ่งใบบุญ อยู่อบอุ่นไอรักแท้แม่แผ่นดิน

ในวโรกาสนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร ขออำนาจนุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงได้โปรดอภิบาล บันดาลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเกษมสำราญ ถึงพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงแคล้วคลาดจากโรคาพยาภัยทั้งมวล ขอจงทรงพระเจริญมีพระชนมายุยืนนานเป็นมิ่งขวัญแก่เหล่าข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายตลอดชั่วกาลนานเทอญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าคณะครู นักเรียน นักการภารโรงโรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ

11 สิงหาคม 2547

คำขวัญวันแม่ พระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯพระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ

อัญเชิญลงในหนังสือ วันแม่แห่งชาติ ปี 2546 ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย

"สามร้อยหกสิบห้าวันคือวันแม่     มิใช่แค่วันใดให้นึกถึง

สม่ำเสมอสมัครจิตคิดคำนึง     เหมือนแม่ซึ่งรักลูกครบทุกวัน"
สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถโปรดเกล้าพระราชทานคำขวัญเนื่องใน "วันแม่แห่งชาติ"่ ปี 2545   ความว่า
"แม่คือพระประจำอยู่ในบ้าน    บูชาท่านไว้เถิดเกิดมิ่งขวัญ
พระคุณแม่เลิศล้ำเกินรำพัน    แม่จึงเป็นคนสำคัญทุกวันไป"
สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถโปรดเกล้าพระราชทานคำขวัญเนื่องใน "วันแม่แห่งชาติ"่ ปี 2544   ความว่า
"พระองค์แรกผู้แสนดีให้ชีวิต    ครูคนแรกผู้ประสิทธิ์การศึกษา
หมอคนแรกผู้ถือช้อนคอยป้อนยา    รวมคุณค่านี้ให้แก่แม่เราเอง"
พระราชดำรัสตอนหนึ่งที่ทรงคุณค่ายิ่งสำหรับปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ
"พวกเรายังรักแผ่นดินนี้น้อยไป   ไม่สมกับที่เราได้ประโยชน์มากมายจากผืนแผ่นดินนี้
พวกเรายังรู้จักคุณค่าของแผ่นดินนี้น้อยไป   ไม่รู้จักถนอม   ไม่รู้จักดูแลให้เป็นแผ่นดินที่เป็นดินทองตลอด
มีทรัพยากร   มีอาหาร   สำหรับเลี้ยงคนไทยตลอดไป   โดยไม่กลายเป็นบ้านเมืองที่อดอยาก แห้งแล้ง"

"ให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง"
"To give without discrimination"
พระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ
ที่พระราชทานแก่องค์การอาหารและยาแห่งสหประชาชาติ (FAO)

                                                พระเอยพระแม่เจ้า
                                        มิ่งขวัญเกล้าเหล่าข้าประชาสยาม
                                        เสด็จใดได้พบสุขทุกเขตคาม
                                        ทุกเขตคามเลื่องชื่อระบือไกล
                                                นามสิริกิติ์สถิตในหทัยราษฎร์
                                         คู่พระบาทจอมบดินทร์ปิ่นสมัย
                                         ถ้วนทุกถิ่นแว่นแคว้นทั่วแดนไทย
                                         ซาบซึ้งในวิญญาณ์พระบารมี
                                                ทรงดำริโครงการงานต่างต่าง
                                         ทรงมุ่งหวังครอบครัวไทยได้สุขศรี
                                        มีอาชีพการงานมั่นคงดี
                                        เป็นวิถีสรรค์สร้างทางเจริญ
                                                ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
                                             ข้าพระพุทธเจ้าคณะครูและนักเรียนโรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ
                                                        คุณครูอัจฉราวรรณ   สังข์วงษ์  ผู้ประพันธ์  

โรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ Thaistudents.com